ครูสาวเดือดจัด แฉพิรุธเจ้าของที่ หลังถมดิน กำแพงสูง

หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ในเพจดังอย่าง คนดีไซน์ เป็นเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้าน ได้ก่อสร้างกำแพงและถมดินสูง จนจะท่วมหลังคาบ้านของเธอ โดยได้ระบุข้อความ ขอไอเดียและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้ชาวโซเชียลต่างมาแสดงความคิดเห็น และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก

เพื่อนบ้านถมดินสูงเกินรั้วเดิม จนเราต่อรั้วสีแดงขึ้นไปเพื่อกันดินหล่นระหว่างถม แต่ดินเขาก็สูงเกินระดับรั้วที่ต่ออีกรั้วบ้านเขา ก็สูงเกินหลังคาบ้านเรา หันด้านอิฐบล๊อกมาน่าเกลียดมากค่ะ หมดความสวยงาม อยากขอไอเดียหน่อยนะคะ ว่าทำยังไงดีให้มันสวยขึ้นบ้าง

ซึ่งตอนแรกเธอก็ได้คิดอะไรมาก แต่พอเห็นผนังและก็ดินที่ถมสูงขึ้น จึงเริ่มรู้สึกแปลกใจ งงอย่างมากที่ข้างบ้านถมดินเอาไว้สูงขนาดนั้น สูงจนเกือบจะเท่าตัวบ้านของเธอเลย แค่นั้นยังไม่พอจากขอบดินที่ถมสูงเอาไว้ ยังมีการสร้างผนังกำแพงต่อขึ้นไปอีกด้วย งานนี้สูงเลยหลังคาบ้านเธอไปเป็นที่เรียบร้อย หมดหนทางที่ลมจะผ่านเข้าออกได้ทันที

สิ่งที่เธอกังวลใจก็คือ จะทำยังไงดีกับบ้านของเธอ จากที่เคยสวยงามสดใส มีลมโกรกผ่านมีแสงแดดส่องได้ ตอนนี้เธอกำแพงสูงเลยบ้านมาปิดเอาไว้ เพราะหากว่าไม่ทนทาน หรือมีฝนตกต่อเนื่องไปถ้ากำแพงกันดินเอาไม่อยู่ บ้านหลังนี้มีหวังไม่รอดแน่นอน ทำให้ทางเจ้าของโพสต์กลับรู้สึกลังเล จะตกแต่งบ้านตัวเองต่อไป หรือจะขายบ้านทิ้งดี ตอนนี้รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก

หลังจากโพสต์ก็มีชาวโซเชียลต่างมาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

ความคิดเห็นชาวโซเชียล

ความคืบหน้าล่าสุดนั้น ในวันที่ 3พ.ย.64 นางมธุรส คุ้มประสิทธิ์ เจ้าของเฟซบุ๊คผู้โพสต์ดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน อาศัยอยู่ที่ซอยครัวภักดี ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง กาญจนบุรี

โดยหมู่บ้านที่อาศัยอยู่นี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี 2554 เเล้ว ตั้งเเต่ที่ดินบริเวณนี้ยังมีเเต่ป่ารกร้าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ

เพราะเจ้าของที่ดินพูดมาตลอดว่าทำถูกกฎหมาย ใช้ช่องโหว่ทางกฏหมาย ที่ระบุว่าสามารถทำถมที่เท่ากับถนนใหญ่ได้

นางมธุรส เปิดเผยว่า ตนเองมาซื้อบ้านหลังนี้ไว้ประมาณ 10 ปีเเล้ว จากเดิมที่ดินข้างเคียงยังเป็นป่า จนกระทั่งเมื่อปลายปี 62 ทางเจ้าของที่ดินได้ให้ผู้รับเหมาทำการตัดต้นไม้ เเละเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 63 ก็เริ่มก่อกำเเพงถมดิน ซึ่งตอนนั้นบ้านตนได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งเสียงรถบรรทุก เสียงรถเเบ็กโฮ เเละเสียงเครื่องจักรต่าง ๆ ทำบ้านสั่นสะเทือนไปด้วย ตนเองจึงเเก้ปัญหาเบื้องต้น โดยการต่อเติมกำเเพงบ้านของตัวเอง ที่จากเดิม 1.8 เมตร เป็น 3 เมตร ใช้เงินต่อเติมกำเเพง 20,000 บาท

เเต่ทางเจ้าของที่ดิน มีการถมดินสูงถึง 4 เมตร เสมอกับชายคาบ้าน และยังก่อกำเเพงขึ้นอีก 2 เมตร จนความสูงของกำเเพงดังกล่าว เกินหลังคาบ้านไปอีกประมาณ 50 เซนติเมตร โดยหลังจากมีการสร้างกำเเพงเเละถมดินเสร็จ ทำให้บ้านตนได้รับผลกระทบบดบังลม เเละบดบังทัศนียภาพ เวลาฝนตกจะมีน้ำรั่วซึมผ่านกำเเพงออกมา เกิดความกังวลด้านปลอดภัย ไม่ทราบว่าการก่อสร้างมีมาตรฐานหรือไม่

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

หลังจากนั้นตนเองเเละชาวบ้านอีก 8 หลัง เคยรวมตัวกันไปร้องเรียนหลายหน่วยงาน ทั้งเทศบาลตำบลลาดหญ้า ศูนย์ดำรงธรรม รวมถึงร้องเรียนจังหวัด เเละทำหนังสือร้องเรียนถวายฎีกา เเต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ดังนี้

1.ให้ตรวจสอบเเปลนงานทั้งหมดว่าปริมาณดินที่ถมเป็นไปตามที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ เเละวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้าง ได้มาตรฐานหรือไม่

2.ให้ตรวจสอบรั้ว ความสูง ความเเข็งเเรง เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

3.ให้ตรวจสอบท่อระบายน้ำ เพื่อให้เเน่ใจว่าน้ำจะไม่ไหลลงชุมชน

4.ให้ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างในอนาคต ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน หากมีสิ่งใดไม่ได้มาตรฐานต้องทำการรื้อถอน

นางสาวมธุรส เปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ตนเองมีกาประกาศขายบ้านหลังนี้ไปเเล้ว มีหลายคนสนใจอยากซื้อ เเต่เมื่อมาดูบ้านเเล้วเห็นกำเเพงดังกล่าว ก็เปลี่ยนใจกันหมด ดังนั้น หลังจากนี้หากยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอีก จะขอขายบ้านหลังนี้ให้กับเทศบาล เเล้วจะย้ายไปอยู่ที่อื่น

วันที่ 5 พ.ย.2564 ทางอาจารย์มหาวิทยาลัยสาว หนึ่งในประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีถมกำแพงสูงมิดหลังคาชาวบ้าน ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรีเปิดใจว่าตนพบพิรุธ การขออนุญาตถมดินว่าไม่เป็นไปตามวันที่ขออนุญาต ถ้าอีกฝ่ายอิงตามหลักกฎหมาย ตนก็ขออิงพ.ร.บ.การถมดินเช่นกัน ชาวบ้านที่เดือดร้อนต่างส่งสารว่าการถมดินก่อนได้รับอนุญาต จำต้องเอาดินที่ถมออกไปให้หมด

ทั้งนี้ทุกคนมาซื้อบ้าน หวังให้วิมานแห่งความสุข แม้จะมีเงินไม่มาก แต่ใครที่มีเงินเยอะ อยากทำอะไรก็ทำ แต่จิตใต้สำนึกต้องคำนึงถึงคนอื่นด้วย การที่มาถมกำแพงสูงแบบนี้ เป็นการทำลายวิมานดินของคนอื่น จะมาถมดินมิดหลังคาบ้านคนอื่นแบบนี้ทำไม่ถูกต้อง

คิดเพียงว่ามีเงินมีสิทธิ์ แต่เพื่อนบ้านเดือดร้อน คนอื่นเขาก็ไม่คิดจะทำ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน ว่าจะทำหรือไม่ทำ เท่านั้นเอง

อาจารย์สาวเผยว่า ที่ทุกคนออกมาโวยวาย เพราะไม่สบายใจกับเหตุนี้ บ้านทุกหลังซื้อมาในราคา 3 ล้านขึ้นไป พอประกาศขายเพื่อจะไปอยู่ที่อื่นก็ขายไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้ามาซื้อ ทำให้ทุกคนเสียทรัพย์ แถมยังต้องผ่อนค่าบ้านจากธนาคารอีกด้วย หากกำแพงนี้ยังอยู่ คนก็ไม่มั่นใจในความแข็งแรง แล้วจะขายได้หรือ ก็ขายไม่ได้ เราก็หนีไปไหนไม่ได้ด้วย

สิทธิที่เรียกร้องไปคือ ต้องตรวจสอบโครงสร้างกำแพง ตรวจสอบใบอนุญาตการถมที่ ตรวจสอบวิศวกร ตรวจสอบการทำงานว่าถูกต้องหมดหรือไม่ และอยากให้มาดูทัศนียภาพบ้านคนอื่นด้วย อยากให้รับรองว่าทุกอย่างแข็งแรง บ้านคนอื่นไม่ได้รับความเสียหาย หรือเกิดภาวะขายไม่ออก อยากให้รับผิดชอบส่วนนี้ด้วย

ชาวบ้านทุกคนอยากให้เจ้าของทุบกำแพงออก แล้วเอาดินที่ถมสูงเท่าหลังคาบ้านออกไป เราก็พร้อมจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี คอยดูแลกัน ถ้าปัญหายังเรื้อรังแบบนี้ ก็จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่อยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *